Home
ราคาตลาดล่วงหน้า | 10:00-15:45 (AFET) | Tokyo (TOCOM) | Osaka (OME) | Singapore (SICOM) | Shanghai (SHFE) | Chicago (CBOT) |
สมาชิกตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (BROKER No.16)

รัฐผนึกเอกชนตั้งกองทุนลุยเอเฟท ดัน'อำนวย'นั่งผู้จัดการ-เจรจาอินโดฯขยับราคา

เดินหน้ากองทุนยาง ก.ค.นี้เข้าซื้อขาย ในตลาดเอเฟท 7 องค์กรเอกชน-รัฐลงขันรายละ 30 ล้าน อายุกองทุน 1 ปี ภาคเอกชนเผยเล็ง "อำนวย ปะติเส" เป็นผู้จัดการ "ยุทธพงษ์" ชี้การซื้อขายในตลาดจะเพิ่มเท่าตัว มีสิทธิขึ้นเป็นศูนย์กลางซื้อขายยางโลกในอนาคต เตรียมเดินทางไปเจรจาอินโดฯ ขยับราคายางให้ใกล้เคียงไทย

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ได้พูดคุยหารือกับเอกชนผู้ส่งออกยางรายใหญ่ของประเทศไทยถึงการจัดตั้งกองทุนจากการร่วมทุนระหว่าง 7 องค์กร วงเงินองค์กรละ 30 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 210 ล้านบาท อายุกองทุน 1 ปี เพื่อนำมาจัดซื้อยางในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือ AFET (เอเฟท) ซึ่งคาดว่าจะสามารถซื้อยางได้ประมาณ 50,000 ตัน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราไว้ที่ 110 บาท/กิโลกรัม

จากการหารือได้ข้อสรุปว่า ทั้ง 7 องค์กรซึ่งประกอบด้วยบริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) บริษัท ศรีตรัง แอโกร อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์ คอร์เปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทเซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด บริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด (IRCo) และองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) จะตั้งบริษัทกลางขึ้นมาบริหารกองทุน โดยจะสรรหาคนกลางเข้ามาบริหารจัดการกองทุน โดยต้องเป็นคนที่ผู้ประกอบการ ทุกรายยอมรับและไว้วางใจ ส่วนรายละเอียด การดำเนินงานนั้นยังต้องหารือกันต่อไป คาดว่าจะสามารถเอาเงินเข้ากองทุน ขึ้นทะเบียนกองทุนและเข้าซื้อขายได้ ในเดือนกรกฎาคมนี้

การจัดตั้งกองทุนเข้าซื้อยางครั้งนี้ทางเอเฟทยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวสามารถกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายและไม่ถือเป็นการปั่นราคายางแต่อย่างใด การเข้าซื้อ ยางในวงเงินนี้จะก่อให้เกิดปริมาณการ ซื้อขายโดยเฉลี่ยประมาณ 300 สัญญาต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณซื้อขายปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 300 สัญญาต่อวันแล้ว ถือเป็นปริมาณที่มากพอที่จะก่อให้เกิดผลบวกทางจิตวิทยาสร้างความเชื่อมั่นในสภาพคล่องของตลาด จูงใจให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและนักลงทุนเข้ามาซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะผลักดัน ให้ไทยเป็นศูนย์กลางซื้อขายและเป็นแหล่งอ้างอิงราคายางพารารายสำคัญของโลกในอนาคต

นอกจากนั้นเอกชนยังได้เสนออีก 2 เรื่อง คือไทยควรมีการหารือความร่วมมือกับอินโดนีเซียให้ขยับราคายางเพิ่มขึ้นมาเพื่อที่ไทยจะสามารถขยับราคายางขึ้นได้อีก เนื่องจากขณะนี้ราคายางของอินโดนีเซีย ต่ำกว่าไทยกิโลกรัมละ 3 บาท หากไทยซื้อยางในราคาที่สูงขึ้นจะเป็นการเพิ่ม ระยะห่างของราคายาง 2 ประเทศ มากเกินไป จึงสรุปว่าต้นเดือนกรกฎาคมนี้จะเดินทางไปหารือกับอินโดนีเซีย โดยให้ ภาครัฐหารือกับภาครัฐ และเอกชนหารือกับเอกชน

เรื่องที่สองคือเอกชนยังอยากให้มี ตลาดซื้อขายจริงเกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากตลาดที่อ้างอิงกันอยู่ในขณะนี้มีเพียงตลาดล่วงหน้าคือ TOCOM ส่วนตลาดหาดใหญ่ก็เป็น จึงน่าจะมีการร่วมกัน ผลักดันให้เกิดตลาดซื้อ-ขายจริงขึ้น

ด้านนายหลักชัย กิตติพล กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นอกจาก เป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศแล้ว ยังกระตุ้นเอเฟทคึกคักขึ้นจากที่ก่อตั้งมาประมาณ 10 ปีแล้วยังเงียบเหงาอยู่ อยากสร้างตลาดเอเฟทให้แข็งแรงให้มีโอกาสเป็นตลาดนำของตลาดยางโลก ให้มีอำนาจในการกำหนดราคายาง เนื่องจากไทยเป็นผู้ผลิตยางอันดับ 1 ของโลกแต่ตอนนี้ผู้กำหนดราคายาง กลับเป็นตลาดของผู้ใช้คือตลาดล่วงหน้าโตเกียว (TOCOM)

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะมานั่งเป็นผู้จัดการกองทุน ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าเกษตรล่วงหน้าหรือมีประสบการณ์ด้านนี้ และมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องยาง เนื่องจากมีภารกิจจะต้องทำให้เอเฟทและราคายางมีเสถียรภาพ ไม่ให้ผู้ร่วมทุนต้องขาดทุน ที่สำคัญต้องเป็นคนนอก เพราะถ้าเป็นคนใน 7 องค์กรนี้จะมีภารกิจต้องดำเนินธุรกิจของตัวเอง อาจไม่สะดวกที่จะแยกแยะระหว่างธุรกิจของกองทุนและของบริษัทตัวเอง หากความร่วมมือครั้งนี้สำเร็จบรรลุเป้าหมาย รัฐบาลจะประหยัดงบประมาณที่จะนำไปใช้แทรกแซงราคายางได้อีกมาก

นายพงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิตย์ เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บุคคลที่ ภาคเอกชนมองว่ามีความเหมาะสมและจะขอให้เข้ามาดูแลกองทุนในตำแหน่ง ผู้จัดการกองทุนคือ นายอำนวย ปะติเส ซึ่งมีคุณสมบัติเพียบพร้อม เนื่องจากมี ความรู้ครบทุกด้าน เคยเป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นอนุกรรมการเอเฟท เป็นคนมีความสามารถ และเป็นคนกลางไม่ได้อยู่ใน 7 องค์กร

 
19/6/2013
 



For Membership

Name:
Password:
     
      Forgot Password
   Register

ราคายาง หาดใหญ่ 21/10/2014
Rubber Last Change
น้ำยางสด (100%) 47.00 0.50
ยางแผ่นดิบ 49.51 0.61
ยางแผ่นรมควันชั้น 3 52.25 0.70
FOB กรุงเทพฯ ยางแผ่น54.050.25
FOB กรุงเทพฯ ยางข้น (60%)40.350.25
(บาท/ก.ก.)
ที่มา : สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร

 ราคาข้าว ตลาดกรุงเทพ 21/10/2014
Rice Last Change
ข้าวขาว 100% ชั้น 2 12.90-13.00 0.00
ข้าวขาว 5% 12.50-12.60 0.00
ข้าวนึ่ง 100% 12.50-12.60 -0.10
ข้าวหอมมะ่ลิ 31.30-31.40 0.00
(บาท/กก.)
ที่มา : กรมการค้าภายใน

กราฟราคาสินค้าเกษตร
    สินค้าเกษตร
     
    สัญญาส่งมอบ
     
 
ราคายาง หาดใหญ่ 21/10/2014
Rubber Last Change
น้ำยางสด (100%) 47.00 0.50
ยางแผ่นดิบ 49.51 0.61
ยางแผ่นรมควันชั้น 3 52.25 0.70
FOB กรุงเทพฯ ยางแผ่น54.050.25
FOB กรุงเทพฯ ยางข้น (60%)40.350.25
(บาท/ก.ก.)
ที่มา : สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร
 ราคาข้าว ตลาดกรุงเทพ 21/10/2014
Rice Last Change
ข้าวขาว 100% ชั้น 2 12.90-13.00 0.00
ข้าวขาว 5% 12.50-12.60 0.00
ข้าวนึ่ง 100% 12.50-12.60 -0.10
ข้าวหอมมะ่ลิ 31.30-31.40 0.00
(บาท/กก.)
ที่มา : กรมการค้าภายใน
ดาวน์โหลดติดตั้งโปรแกรม
สำหรับอ่านไฟล์เอกสาร
ดาวน์โหลด
 
Home | About | Premaket | Tocom Review | Afet Review | Jobs | Q & A

  Online Trading  

ตลาดไทย ยางโตเกียว สิงคโปร์ ตลาดเซี่ยงไฮ้ Chicago Board of Trade ศูนย์พัฒนาความรู้การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า